สัญญาอนุญาตสิทธิให้ใช้ซอฟต์แวร์

สัญญาอนุญาตสิทธิให้ใช้ซอฟต์แวร์นี้ ใช้สำหรับการใช้บริการซอฟต์แวร์ ETAILLIGENCE (ต่อไปนี้ เรียกว่า “ซอฟต์แวร์”) ทีไ่ด้รับการพัฒนา ดำเนินการ และบริหารจัดการโดย บริษัท อีเทลลิเจนซ์ จำกัด (ต่อไปในสัญญาฉบับนี้ เรียกว่า “ผู้อนุญาต”)

โดยผู้ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ซื้อบริการซอฟต์แวร์ของผู้อนุญาต (“ผู้ได้รับอนุญาต”) ได้เข้าใช้ซอฟต์แวร์ของผู้อนุญาต ตามการให้บริการที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันในเอกสารใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี) รวมถึงการใช้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทนด้วย

โดยการใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ของผู้อนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตรับรองว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงที่จะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์นี้ (“สัญญา”)

ผู้อนุญาตสงวนสิทธิในการแก้ไขเพิ่มเติม และเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดหรือเงื่อนไขในการให้บริการได้ โดยผู้อนุญาตจะประกาศการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบ ผู้ได้รับอนุญาตตกลงว่า การใช้ซอฟต์แวร์ต่อไปของผู้ใช้บริการหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น

1. การอนุญาตสิทธิให้ใช้ซอฟต์แวร์
‍
1.1 ขอบเขตการอนุญาตให้ใช้สิทธิ.

ภายใต้เงื่อนไขที่ตกลงในสัญญาฉบับนี้ ผู้อนุญาตได้อนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตซึ่งสิทธิในซอฟต์แวร์ “ETAILLIGENCE” โดยผู้อนุญาตตกลงส่งมอบสิทธิการใช้ซอฟต์แวร์ให้แก่ผู้ได้รับอนุญาต และตกลงให้บริการต่างๆ ตามที่คู่สัญญาตกลงกัน
‍
1.2 การให้ใช้สิทธิ.
ผู้อนุญาตได้อนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิได้ใช้สิทธิที่อนุญาต ในการใช้ซอฟต์แวร์ภายในธุรกิจของผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้นและการอนุญาตไม่ใช่การอนุญาตโดยเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว (ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "การใช้สิทธิที่อนุญาต")
‍
1.3 ระยะเวลาการให้ใช้สิทธิ.
การให้ใช้สิทธิตามสัญญาฉบับนี้ ผู้อนุญาตได้อนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิได้ใช้สิทธิที่อนุญาตเป็นระยะเวลาที่ได้ปรากฎในเอกสารใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ สั่งจ้าง หรือเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)

1.4 ข้อจำกัดการให้ใช้สิทธิ.
ในการใช้สิทธิของผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตตกลงจะไม่ใช้สิทธิที่อนุญาต ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
‍
(1.4.1) ผู้ได้รับอนุญาตต้องใช้ซอฟต์แวร์ภายในองค์กร หน่วยงานของผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น;
‍
(1.4.2) การใช้ซอฟต์แวร์ให้จำกัดไว้ใช้ได้เฉพาะเพียงผู้แทนที่มีอำนาจของผู้ได้รับอนุญาต หรือบุคคลอื่นใด ตามที่ผู้อนุญาตอนุมัติ เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ โดยเฉพาะอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของผู้ได้รับอนุญาต;

(1.4.3) ผู้ได้รับอนุญาตตกลงจะไม่โอนสิทธิที่อนุญาตตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลที่สาม หรือมีการให้ หรือจำหน่ายซึ่งสิทธิต่างๆ ที่ได้รับจากผู้อนุญาตตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
‍
(1.4.4) ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่ทำการให้บริการต่อ (Reselling) การใช้ซอฟต์แวร์ให้แก่บุคคลภายนอกใดๆ เว้นแต่ผู้ได้รับอนุญาตได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อนุญาต;
‍
(1.4.5) ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่ทำสำเนาของซอฟต์แวร์ เว้นแต่เป็นการทำสำเนาในส่วนที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ หรือได้รับอนุญาตตามสัญญาฉบับนี้ หรือจัดหา หรือจำหน่ายสำเนาของซอฟต์แวร์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก หรืออนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้สำเนาของซอฟต์แวร์ ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือแปลโปรแกรมกลับ (decompile) ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse-engineer) หรือพยายามทำการอื่นใดเพื่อแกะรหัส source code ของซอฟต์แวร์ขึ้นใหม่
‍
(1.4.6) ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่ทำสำเนาของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตสิทธิ หรือการให้บริการตามสัญญานี้ เว้นแต่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ หรือเว้นแต่ได้รับอนุญาตตามสัญญาฉบับนี้
‍
(1.4.7) ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่ย้ายหรือปิดบังซ่อนเร้น การแจ้งลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้าของผู้อนุญาตที่ปรากฏและฝังอยู่ในซอฟต์แวร์
‍
(1.4.8) ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่พัฒนาซอฟต์แวร์ตามสัญญาฉบับนี้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าสำหรับเพื่อการใช้งานของตนเอง หรือของบุคคลอื่น หรือทำซ้ำ ลอกเลียนไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของซอฟต์แวร์ ไม่ว่าสำหรับเพื่อการใช้งานของตนเอง หรือของบุคคลอื่น
‍
(1.4.9) ผู้อนุญาตไม่มีหน้าที่ต้องจัดหา Source Code ให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด

1.5 สิทธิของผู้อนุญาต.
คู่สัญญาได้ตกลงกันชัดแจ้งว่าสิทธิที่อนุญาตให้ใช้ตามสัญญาฉบับนี้ทั้งสิ้น ผู้อนุญาตยังคงมีสิทธิความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ผู้ได้รับอนุญาตหรือบุคคลอื่นใด ไม่มีสิทธิในทรัพย์และสิทธิดังกล่าวของผู้อนุญาต ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ และไม่ว่า ณ เวลาใดๆ ไม่มีข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือปริยาย ที่เป็นการโอนสิทธิเด็ดขาดใดๆ อันเกี่ยวกับสิทธิที่อนุญาตให้แก่ผู้ได้รับอนุญาต ทั้งทางตรงและทางอ้อม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ความลับทางการค้า สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ หรือสิทธิทางการค้าใดๆ

2. ค่าตอบแทน และการชำระค่าตอบแทน
‍
2.1 ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิ (Licensing Fee).
เพื่อเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้อนุญาตในการใช้สิทธิที่อนุญาตตามสัญญาฉบับนี้ ผู้ได้รับอนุญาตตกลงจะชำระค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิให้แก่ผู้อนุญาต เป็นจำนวนเงินตามที่ปรากฎในเอกสารใบเสนอราคาของผู้อนุญาต ใบสั่งซื้อ สั่งจ้าง หรือเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)
‍
2.2 กำหนดชำระค่าตอบแทน.
เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตตกลงชำระค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิให้กับผู้อนุญาตตามรายละเอียดที่ปรากฎในเอกสารใบเสนอราคาของผู้อนุญาต ใบสั่งซื้อ สั่งจ้าง หรือเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)
‍
2.3 วิธีการชำระค่าตอบแทน.
การชำระค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิ หรือค่าตอบแทนอื่น (ถ้ามี) ผู้ได้รับอนุญาตตกลงชำระให้กับผู้อนุญาตโดยวิธีการนำฝากเข้าบัญชีธนาคารของผู้อนุญาต หรือวิธีการอื่นใดที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
‍
2.4 การผิดนัดชำระค่าสิทธิ หรือค่าตอบแทน.
ในระหว่างที่มีค่าสิทธิ ค่าตอบแทนอื่น (ถ้ามี) ค้างชำระ ผู้อนุญาตมีสิทธิฝ่ายเดียวในการระงับการใช้สิทธิหรือการเข้าถึงซอฟต์แวร์ของผู้ได้รับอนุญาตได้ทันที และ/หรือยุติการอนุญาตสิทธิ หรือการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ที่ตนมี โดยผู้ได้รับอนุญาตไม่มีสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้สิทธิดังกล่าวของผู้อนุญาต
‍
2.5 การเลิกสัญญาก่อนครบระยะเวลาการให้ใช้สิทธิ.
กรณีผู้ได้รับอนุญาตใช้สิทธิการเลิกสัญญาก่อนครบระยะเวลาสัญญาการให้ใช้สิทธิอันมิได้เกิดจากความผิดของผู้อนุญาต ผู้อนุญาตมีสิทธิที่จะได้รับค่าสิทธิ ค่าตอบแทนในส่วนที่ผู้ได้รับอนุญาตได้ใช้สิทธิไปแล้ว และผู้ได้รับอนุญาตตกลงที่จะชำระค่าตอบแทนทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนับจนถึงวันที่ครบระยะเวลาการให้ใช้สิทธิตามสัญญาให้กับผู้อนุญาต โดยผู้ได้รับอนุญาตจะต้องชำระเงินตามข้อนี้ให้กับผู้อนุญาตภายใน 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม หากผู้ได้รับอนุญาตได้ชำระค่าสิทธิ ค่าตอบแทนให้กับผู้อนุญาตเป็นการล่วงหน้า และผู้ได้รับอนุญาตได้ใช้สิทธิการเลิกสัญญาก่อนครบระยะเวลาการให้ใช้สิทธิ อันมิได้เกิดจากความผิดของผู้อนุญาต ผู้อนุญาตไม่มีหน้าที่ต้องคืนค่าสิทธิ หรือค่าตอบแทนที่ผู้ได้รับอนุญาตได้ชำระมาแล้วให้กับผู้ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด

3. การรับประกัน
‍
3.1 ภายใต้เงื่อนไขของข้อสัญญาผู้อนุญาตรับรองต่อผู้ได้รับอนุญาตว่า

(3.1.1) ผู้อนุญาตรับรอง และรับประกันว่า ซอฟต์แวร์จะทำงานได้ในระดับสาระสำคัญ สอดคล้องกับข้อกำหนดการทำงานต่างๆ ภายใต้สัญญาฉบับนี้

(3.1.2) ผู้อนุญาตรับรองว่าผู้อนุญาตเป็นเจ้าของสิทธิในซอฟต์แวร์แต่เพียงผู้เดียว รวมถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้อง และยืนยันว่ามีอำนาจในการให้อนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ และคู่มือการใช้หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และบริการตามสัญญานี้โดยชอบด้วยกฎหมาย
‍
(3.1.3) หากซอฟต์แวร์มีความชำรุดบกพร่องหรือไม่สามารถใช้งานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้อนุญาตตกลงซ่อมแซมแก้ไขซอฟต์แวร์ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์

3.2 ผู้อนุญาตไม่รับประกันว่า
‍
(3.2.1) ซอฟต์แวร์นั้นปราศจากข้อผิดพลาด หรือสามารถปฏิบัติการได้ตลอดเวลาโดยไม่มีข้อบกพร่อง อย่างไรก็ตามผู้อนุญาตจะแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดการให้บริการโดยไม่ชักช้า
‍
(3.2.2) ความผิดพลาดของการเขียนโปรแกรมทั้งหมดจะได้รับการแก้ไข

(3.2.3) ซอฟต์แวร์นั้นจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตรงตามความต้องการทั้งหมดของผู้ได้รับอนุญาต

3.3 การรับประกันของผู้อนุญาตนั้นไม่ครอบคลุมถึงกรณีการทำงานที่ผิดปกติของซอฟต์แวร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ไม่ได้มาจากผู้อนุญาต รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง

(3.3.1) ความประมาทเลินเล่อ หรือการใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ของผู้ได้รับอนุญาต หรือผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่กำหนดไว้ตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง
‍
(3.3.2) การแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์โดยผู้ได้รับอนุญาต ที่ผู้อนุญาตไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการหรือแนะนำ

(3.3.3) ผู้ได้รับอนุญาตไม่ได้อนุญาตให้ผู้อนุญาตทำการปรับปรุง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงในซอฟต์แวร์ตามที่จำเป็น หรือไม่อนุญาตให้ติดตั้งผลิตภัณฑ์ใหม่และบริการที่จำเป็นซึ่งผู้อนุญาตได้แจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบก่อนเข้าทำสัญญาฉบับนี้แล้ว สำหรับการรับประกันประสิทธิภาพและการทำงานของซอฟต์แวร์ที่ผู้ได้รับอนุญาตได้ร้องขอและผู้อนุญาตตกลง
‍
(3.3.4) การรวมซอฟต์แวร์เข้ากับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นๆ โดยผู้ได้รับอนุญาต

(3.3.5) ความผิดปกติ หรือความล้มเหลวในการใช้งานซอฟต์แวร์อันเนื่องมาจากระบบของบุคคลที่สามที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ของผู้อนุญาต รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ความผิดปกติ หรือความล้มเหลวในการเชื่อมต่อข้อมูล ความล้มเหลวของระบบของผู้ให้บริการภายนอก (3rd Party Provider) ซึ่งส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์  รวมถึงกรณีของเจ้าของข้อมูลนั้นหยุดการเปิดเผยข้อมูล

(3.3.6) การทำงานที่ผิดปกติอันเกิดจาก มัลแวร์ (Malware) รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง ไวรัส (Viruses) โทรจัน (Trojan Horses), เวิร์ม (Worms) และ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware)

4. ข้อจำกัดความรับผิดต่อความเสียหาย
‍
4.1 ภายใต้ขอบเขตสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้และได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ผู้อนุญาตและ/หรือบริษัทในเครือจะไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่องโดยอ้อม ค่าเสียหายทางอ้อม ค่าเสียหายพิเศษ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือค่าเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง หรือ การสูญเสียกำไร ไม่ว่าที่สามารถคาดการณ์ได้หรือไม่สามารถคาดการณ์ได้ ที่มาจากการเรียกร้องของผู้ได้รับอนุญาต หรือ ผู้ใช้งาน (รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง การเรียกร้องในการสูญเสียข้อมูล ค่าความนิยม (goodwill) การใช้เงิน หรือการใช้ซอฟต์แวร์ การถูกขัดขวางการใช้งาน หรือการมีอยู่ของข้อมูล การถูกกีดขวางการทำงานอื่นๆ หรือการด้อยค่าของทรัพย์สินอื่นๆ) อันเกิดจากการละเมิด ความบกพร่องในการรับประกัน ไม่ว่าโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยาย การผิดสัญญา การผิดคำรับรอง การประมาทเลินเล่อ ความรับผิดในทางละเมิด หรือความรับผิดไม่ว่าในลักษณะใด
‍
4.2 ภายใต้เงื่อนไขข้อสัญญาข้อข้างต้น และภายใต้ขอบเขตสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้และได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้อนุญาตต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามจำนวนที่แท้จริง โดยความรับผิดทั้งหมดในสัญญาฉบับนี้ (รวมถึงการประมาทเลินเล่อ หรือการฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมาย หรือความรับผิดอื่นๆ ที่มีต่อคู่กรณีใดๆ) จะไม่เกินค่าตอบแทนทั้งหมดที่ผู้อนุญาตได้รับเรียบร้อยแล้วจากผู้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาฉบับนี้ ณ เวลาใดก็ตาม
‍
4.3 ผู้อนุญาตจะไม่รับผิดชอบต่อการไม่ได้ปฏิบัติ หรือล่าช้าในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ใดของผู้อนุญาตตามข้อตกลงและเงื่อนไขฯ ซึ่งเกิดจากการกระทำหรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของผู้อนุญาต ไม่ได้อยู่ในการรับประกันในข้อข้างต้น รวมถึงความขัดข้องของเครือข่ายโทรคมนาคมไม่ว่าจะของรัฐหรือเอกชน
‍
4.4 ผู้อนุญาตไม่รับประกันว่าจะสามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ได้ตลอดเวลา โดยปราศจากการหยุดชะงัก รวดเร็ว ปลอดภัย ปราศจากข้อผิดพลาด ปราศจากไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือรหัสที่มีลักษณะรุกรานหรือสร้างความเสียหายอื่น และไม่รับประกันว่าซอฟต์แวร์จะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติหรือเหตุสุดวิสัยอื่น รวมถึงการไม่สามารถได้รับหรือขาดแคลนเนื้อหาที่จำเป็น อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไฟฟ้าหรือโทรคมนาคม การขาดอุปกรณ์โทรคมนาคมหรือสิ่งอำนวยความสะดวก และความขัดข้องทางเทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
‍
4.5 แม้ว่าผู้อนุญาตจะใช้ความพยายามตามสมควรในการปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ แต่ผู้อนุญาตไม่รับประกันหรือให้คำรับรองเกี่ยวกับความถูกต้อง ความเป็นปัจจุบัน หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลบนซอฟต์แวร์

5. ทรัพย์สินทางปัญญา และการรักษาความลับ
‍
5.1 สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่เดิมของผู้อนุญาต (Service Provider Background IPR).
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงรับทราบว่า สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ใดๆ ผู้อนุญาตเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่เดิมของผู้อนุญาต
‍
5.2 สิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ (New Materials).
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงว่า ผู้อนุญาตเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยผู้อนุญาตไม่ต้องโอนสิทธิต่างๆ ซึ่งรวมถึง กรรมสิทธิ์และประโยชน์อื่นใดทั้งหมดในสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด

5.3 การเก็บรักษาความลับ.
ตลอดระยะเวลาของสัญญาฉบับนี้ และหลังจากสัญญาสิ้นสุด คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของคู่สัญญาอีกฝ่ายไว้เป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และไม่ว่าจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ตาม และจะไม่เปิดเผย ตีพิมพ์ ประกาศ หรือเผยแพร่ต่อบุคคลที่สาม เว้นแต่จะเป็นการกระทำตามกฎหมายหรือได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายก่อนล่วงหน้า รวมตลอดทั้งจะดำเนินการให้พนักงาน ผู้รับจ้างช่วง ที่ปรึกษา หรือตัวแทนใดๆ ของตน ปฏิบัติตามข้อตกลงในการรักษาความลับนี้ด้วย
‍
5.4 การอ้างอิงลูกค้า.
โดยต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ได้รับอนุญาต ผู้อนุญาตอาจแจ้งรวมรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตในฐานะผู้ได้รับอนุญาต ในแผ่นพับโฆษณา หรือเว็บไซต์ของตน และสื่อเพื่อการโฆษณา หรือสื่อสาธารณะอื่นๆ

6. การสิ้นสุดสัญญา
‍
6.1 สัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้

(6.1.1) เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการให้ใช้สิทธิตามสัญญาฉบับนี้
‍
(6.1.2) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด และไม่เยียวยาแก้ไขภายใน 15 (สิบห้า) วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญานั้นได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ

(6.1.3) ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเลิกข้อกำหนดฉบับนี้เมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งอีกฝ่ายล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร 30 (สามสิบ) วัน หรือ
‍
(6.1.4) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกยึดทรัพย์ พิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลายตามคำสั่งศาล

6.2 ผลของการสิ้นสุดสัญญา.
เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุด ผู้อนุญาตสิทธิมีสิทธิระงับการใช้สิทธิของผู้ได้รับอนุญาตในทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบเป็นการล่วงหน้าอีก

7. ข้อตกลงอื่น
‍
7.1 เหตุสุดวิสัย.
คู่สัญญาจะไม่ต้องรับผิดชอบต่ออีกฝ่าย หากฝ่ายใดไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ อันเป็นผลมาจากสาเหตุใดๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม รวมถึงเหตุสุดวิสัย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอีกฝ่ายมีสิทธิที่จะเลือกในการระงับหรือยุติการให้บริการเมื่อได้รับแจ้งจากอีกฝ่ายก็ได้
‍
7.2 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา.
โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้ ไม่ทำให้คู่สัญญา และพนักงานของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย มีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้าง ตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกัน ตามกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
‍
7.3 การโอนสิทธิ.
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
‍
7.4 การสละสิทธิ.
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วน หรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
‍
7.5 ความเป็นที่สุดของสัญญา.
สัญญาฉบับนี้ เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ
‍
7.6 การแยกส่วนของสัญญา.
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้
‍
7.7 การบอกกล่าว.
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่าได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ หรือส่งด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่คู่สัญญาใช้ติดต่อสื่อสารกันเป็นปกติ
‍
7.8 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง.
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย
‍
7.9 กฎหมายที่ใช้บังคับ และการระงับข้อพิพาท.
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย หากมีข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย

สิ้นสุดเอกสาร

เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568

Copyright © 2025 | All Rights Reserved